วันอาทิตย์ที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2558

มััคควรรค:06.เรื่องพระเถระแก่



06.เรื่องพระเถระแก่

พระศาสดา  เมื่อประทับอยู่ในพระเชตวัน  ทรงปรารภพระภิกษุแก่หลายรูป ตรัสพระธรรมเทศนานี้ว่า   วนํ  ฉินฺทถ เป็นต้น

ในกาลครั้งหนึ่ง   ในกรุงสาวัตถี   มีชายชราฐานะดีหลายคน   ออกบวชเป็นพระภิกษุ   พระภิกษุชราเหล่านี้ ไม่สามารถเล่าเรียนได้  เพราะความเป็นคนแก่   จึงให้คนสร้างบรรณศาลาไว้ที่หลังวัด   แม้ในเวลาออกไปบิณฑบาตก็จะไปที่บ้านของบุตรและภรรยาของตน ในหมู่อดีตภรรยาของพระภิกษุแก่เหล่านี้  มีนางหนึ่งชื่อว่า  มธุรปาณิกา  เป็นผู้ทำอาหารเก่งมาก  นางจะคอยดูแลพระแก่เหล่านี้ทุกรูป   พระแก่เหล่านี้เมื่อได้อาหารจากการบิณฑบาตมาแล้วก็จะไปนั่งฉันอยู่ที่บ้านของนาง     อยู่มาวันหนึ่ง  นางมธุปาณิกาล้มป่วยและได้เสียชีวิตอย่างฉับพลัน   ภิกษุแก่เหล่านี้มีความเศร้าโศกร้องไห้รำพึงรำพันถึงนางผู้มีฝีมือในการทำอาหารอร่อย

พระศาสดา เมื่อทรงทราบเรื่องนี้   จากการสนทนาของภิกษุทั้งหลาย  ได้ตรัสว่า   เรื่องนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้วในอดีตเหมือนกัน  และได้นำเรื่องกากชาดกมาตรัสเล่า   แล้วตรัสกับภิกษุชราเหล่านี้ว่า  “ภิกษุทั้งหลาย  พวกเธออาศัยป่า  คือ  ราคะ  โทสะ  และโมหะ  จึงถึงทุกข์นี้  พวกเธอควรตัดป่านั้นเสีย พวกเธอจักเป็นผู้หมดทุกข์ได้ด้วยอาการอย่างนั้น”

จากนั้น  พระศาสดาจึงตรัสพระธรรมบท  2 พระคาถานี้ว่า

วนํ  ฉินฺทถ  มา  รุกฺขํ
วนโต  ชายตี  ภยํ
เฉตฺวา  วนญฺจ  วนฏฺฐญฺจ
นิพฺพนา  โหถ  ภิกฺขโว ฯ

ท่านทั้งหลาย  จงตัดกิเลสดุจป่า
อย่าตัดต้นไม้
ภัยย่อมเกิดแต่กิเลสดุจป่า
ภิกษุทั้งหลาย  ท่านทั้งหลาย  จงตัดกิเลสดุจป่า  และดุจหมู่ไม้ตั้งอยู่ในป่าแล้ว
เป็นผู้ไม่มีกิเลสดุจป่า.

ยาวฺญฺหิ  วนฏฺโฐ  นะ  ฉิชฺชติ
อณุมตฺโตปิ  นรสฺส  นาริสุ
ปฏิพทฺธมโนว   ตาว  โส
วจฺโฉ  ขีรปโกว  มาตริ  ฯ

เพราะกิเลสดุจหมู่บ้านตั้งอยู่ในป่า
ถึงมีประมาณนิดหน่อยของนรชน
ยังไม่ขาดในนารีทั้งหลายเพียงใด
เขาเป็นเหมือนลูกโคที่ยังดื่มน้ำนม
มีใจปฏิพัทธ์ในมารดาเพียงนั้น.

เมื่อพระธรรมเทศนาจบลง   พระเถระแก่เหล่านั้น   ได้บรรลุโสดาปัตติผล  พระธรรมเทศนา   มีประโยชน์แม้แก่ชนที่มาประชุมกัน.

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น