วันจันทร์ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2557

ทัณฑวรรค:04.เรื่องพระโกณฑธานเถระ



04.เรื่องพระโกณฑธานเถระ

พระศาสดา  เมื่อประทับอยู่ในพระเชตวัน  ทรงปรารภพระโกณฑธานเถระ  ตรัสพระธรรมเทศนานี้ว่า   มาโวจ   ผรุสํ  กญฺจิ   เป็นต้น

ตั้งแต่วันที่พระโกณฑธานเถระอุปสมบทเป็นพระภิกษุ  ก็เกิดปรากฏการณ์ประหลาด  มีรูปสตรีคนหนึ่งติดตามไปกับพระเถระเสมอๆ  แต่พระเถระไม่แลเห็นรูปสตรีนั้น  มีแต่พวกชาวบ้านและภิกษุอื่นแลเห็น  เมื่อพระเถระไปบิณฑบาตในหมู่บ้าน  พวกชาวบ้านเมื่อตักข้าวทัพพีแรกใส่บาตรก็จะพูดว่า  ท่านขอรับ  ทัพพีแรกนี้ จงเป็นของท่าน  เมื่อตักทัพพีที่สองใส่ลงในบาตร  ก็จะพูดว่า  ทัพพีที่สองนี้ จงเป็นของสำหรับสตรีผู้สหายของท่าน   

เมื่อพวกภิกษุทั้งหลาย  เห็นพระเถระมีผู้หญิงเดินไปด้วยเช่นนั้น  ก็พยายามไปปรึกษาท่านอนาถปิณฑิกเศรษฐี และนางวิสาขาเพื่อให้จัดการ  แต่ทั้งสองท่านเห็นว่าเป็นเรื่องของสงฆ์ก็ควรให้สงฆ์จัดการกันเอง  พระภิกษุทั้งหลายจึงได้ทูลพระเจ้าปเสนทิโกศลให้ทรงดำเนินการขับไล่พระเถระออกไปเสียจากแคว้นของพระองค์ โดยได้ทูลพระราชาว่า  “มหาบพิตร  ภิกษุชื่อโกณฑธานะ  พาหญิงคนหนึ่งเที่ยวไป  จะยังความเสียหายให้เกิดแก่ภิกษุทุกรูป  ขอมหาบพิตร  ทรงขับไล่ภิกษุนั้นออกจากแว่นแคว้นของพระองค์เสีย”  

พระราชาพร้อมด้วยข้าราชบริพารจึงได้เสด็จไปที่วัดที่พระโกณฑธานเถระพำนักอยู่นั้นเพื่อทรงสอบสวน  เมื่อพระเถระได้ยินเสียงอึกทึกของผู้คน  ก็ได้เดินมาที่ประตูกุฏิและก็มีรูปของสตรีมาปรากฏอยู่ไม่ไกลจากพระเถระเหมือนอย่างเคย  เมื่อพระเถระได้ทราบว่าพระราชาเสด็จมา  จึงไปนั่งที่ห้องเพื่อรอรับเสด็จ  พระราชาเสด็จเข้าไปในห้อง   ไม่เห็นสตรีอยู่ในห้อง  ก็ได้ตรวจดูที่ซอกประตู  ที่ให้เตียง  ก็ไม่เห็นสตรีนั้น  จึงตรัสกับพระเถระว่า  ท่านขอรับ  โยมเห็นสตรีคนหนึ่งอยู่กับท่าน  เธอไปเสียที่ไหน  พระเถระตอบว่า  อาตมภาพไม่เห็นสตรีที่ว่านั้น  “เมื่อกี้โยมแลเห็นอยู่นี่”  “แต่อาตมภาพไม่เห็น”  

เพื่อให้เกิดความมั่นใจยิ่งขึ้น  พระราชาได้ขอให้พระเถระออกจากห้อง ไปอยู่ที่หน้ามุข  พระองค์ก็ทรงเห็นสตรีนั้นยืนอยู่ข้างหลังพระเถระ  และเมื่อพระเถระเดินกลับมาที่ห้อง  พระองค์ก็แลเห็นสตรีเดินตามพระเถระเข้ามา  แต่พอพระองค์เข้าไปตรวจสอบหาหญิงคนนั้นก็ไม่พบหญิงนั้นแต่อย่างใด  พระราชาทรงแน่พระทัยว่ารูปที่คนอื่นแลเห็นกันนั้นเป็นรูปไม่จริง  พระเถระยังมีศีลบริสุทธิ์อยู่   ทรงเกรงว่าพระเถระจะเป็นที่รังเกียจของชาวบ้านจนถึงกับไม่ยอมใส่บาตรให้ฉัน  จึงได้ทรงอาราธนาพระเถระเข้าไปรับอาหารบิณฑบาตที่พระราชวังของพระองค์เป็นประจำทุกวัน    

เมื่อภิกษุทั้งหลายได้ยินข่าวนี้ ก็กล่าวในเชิงติเตียนพระราชาว่า  “ท่านทั้งหลายจงดูการกระทำที่ไม่เหมาะสมของพระราชาชั่วนั้นเถิด  เมื่อพวกเราทูลให้ทรงขับไล่พระโกณฑธานะออกไปเสียจากแว่นแคว้น    พระองค์กลับนิมนต์พระรูปนั้นไปรับปัจจัย 4 ที่พระราชวัง”  และพวกภิกษุก็ได้กล่าวตำหนิพระโกณฑธานะซึ่งหน้าว่า “เฮ้ย  คนทุศีล  บัดนี้  พระราชาก็กลายเป็นคนชั่วเหมือนเจ้าเข้าให้แล้ว”  พระโกณฑธานะจึงพูดโต้ตอบไปบ้างว่า  “พวกท่านนะแหละเป็นผู้ทุศีล  พวกท่านนะแหละเป็นคนชั่ว  พวกท่านนะแหละไปกับผู้หญิง”   

พวกภิกษุจึงนำเรื่องที่พระโกณฑธานะพูดตอบโต้ไปกราบทูลพระศาสดา  และพระศาสดาได้รับสั่งให้พระโกณฑธานะมาเฝ้า  ตรัสถามว่า  ได้พูดอย่างนั้นหรือไม่   “ พูดจริงพระเจ้าข้า”  “พูดอย่างนั้นทำไม”  “พูดเพราะพระเหล่านั้นพูดก่อน”  “ท่านทั้งหลาย พูดกับพระโกณฑธานะอย่างนั้นเพราะเหตุใด”  “เพราะพวกข้าพระองค์เห็นผู้หญิงเดินตามพระโกณฑธานะ”  “ที่พระเหล่านี้เห็นผู้หญิงเดินตามเธอ  แต่เธอไม่เห็นหญิงผู้นั้น  ก็เพราะผลของกรรมในอดีตชาติของเธอนั่นเอง”    

เมื่อพวกภิกษุกราบทูลถามถึงอดีตชาติของพระโกณฑธานเถระ  พระศาสดาได้ทรงนำมาเล่าว่า  พระโกณฑธานะในอดีตชาติเคยเกิดเป็นเทวดาตนหนึ่ง  เห็นพระสองรูปมีความสมัครสมานสามัคคีกัน ต้องการกลั่นแกล้งให้เกิดความหวาดระแวงและความแตกแยกระหว่างกัน จึงได้แปลงร่างเป็นผู้หญิงเดินตามหลังภิกษุรูปหนึ่งไป  จนทำให้ภิกษุอีกรูปหวาดระแวงว่าภิกษุที่มีรูปผู้หญิงเดินตามนั้นทุศีล  พระทั้งสองรูปจึงเกิดการแตกแยกและไม่คบหากันกันอย่างรุนแรง   และเพราะกรรมชั่วในอดีตนั้นจึงส่งผลให้พระโกณฑธานะในชาติปัจจุบันมีรูปผู้หญิงเดินตาม   

เมื่อตรัสบุรพกรรมจบลง  พระศาสดาได้ตรัสสอนกพระโกณฑธานะว่า  “ภิกษุ  เธออาศัยกรรมชั่วนี้  จึงเกิดเรื่องแปลกประหลาดนี้  บัดนี้  การที่เธอถือความเห็นที่ไม่ดีเช่นนี้อีก  เป็นการไม่สมควร  เธออย่ากล่าวอะไรๆกับภิกษุทั้งหลายอีก  จงเป็นผู้ไม่มีเสียง  เช่นกังสดาลที่เขาตัดของปากแล้ว  เมื่อทำอย่างนั้น  จักเป็นผู้ชื้อว่าบรรลุพระนิพพาน”

จากนั้น  พระศาสดาได้ตรัสพระธรรมบท  พระคาถานี้ว่า
  
มาโวจ  ผรุสํ  กญฺจิ
วุตฺตา  ปฏิวเทยฺยุ  ตํ
ทุกฺขา  หิ  สารมภกถา
ปฏิทณฺฑา   ผุเสยฺยุ  ตํ  ฯ

เธออย่าได้กล่าวคำหยาบกะใครๆ  
ชนเหล่าอื่นถูกเธอว่าแล้ว  จะพึงว่าเธอตอบ 
เพราะการกล่าวแข่งขันกันให้เกิดทุกข์ 
อาชญาตอบพึงถูกต้องเธอ.

สเจ  เนเรสิ  อตฺตานํ
กํโส  อุปหโต  ยถา
เอส  ปตฺโตสิ  นิพฺพานํ
สารมฺโภ  เต  น  วิชฺชติ.
 
หากเธออาจยังตนไม่ให้หวั่นไหวได้
ดังกังสดลที่ถูกกำจัดแล้วไซร้
เธอนั่นย่อมเป็นผู้บรรลุพระนิพพาน
การกล่าวแข่งขันกัน  ย่อมไม่มีแก่เธอ.

เมื่อพระธรรมเทศนาจบลง  ชนเป็นมาก  บรรลุโสดาปัตติผลทั้งหลาย  มีโสดาปัตติผลเป็นต้น.

แม้แต่พระโกณฑธานเถระ  ตั้งอยู่ในพระโอวาทที่พระศาสดาประทานแล้ว  ก็ได้บรรลุพระอรหัตตผล  ต่อมาไม่นานนัก  ท่านได้เหาะขึ้นไปในอากาศ  จับสลากเป็นครั้งแรก.

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น