วันพฤหัสบดีที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2557

ชราวรรค:07.เรื่องพระโลฬุทายีเถระ



07.เรื่องพระโลฬุทายีเถระ
  
พระศาสดา  เมื่อประทับอยู่ในพระเชตวัน  ทรงปรารภพระโลฬุทายีเถระ  ตรัสพระธรรมเทศนานี้ว่า  อปฺปสฺสุตายํ  ปุริโส  เป็นต้น
พระโลฬุทายี  เมื่อรับนิมนต์ไปที่บ้านของประชาชนที่เขาจัดงานมงคล   ก็จะสวดบทมนต์สำหรับใช้ในงานอวมงคล  เช่น ติโรกุฑฑสูตร  ที่ขึ้นต้นว่า  ติโรกุฑฺเฑสุ  ติฏฺฐฺนติ  เป็นต้น   แต่เมื่อไปในงานอวมงคล  เมื่อควรสวดด้วยติโรกุฑฑสูตร  กลับสวดด้วยมงคลกถา  ที่มีข้อความเป็นต้นว่า  ทานญฺจ  ธมฺมจริยา  จ  หรือ  รัตนสูตร  ที่มีข้อความเป็นต้นว่า  ยงฺกิญจิ วิตฺตํ  อิธ  วา  หุรํ  วา  เป็นต้น  พวกภิกษุทั้งหลาย  ฟังบทสวดของท่านแล้ว  จึงกราบทูลพระศาสดา ให้ทรงทราบ  พระศาสดาตรัสว่า  พระโลฬุทายีควรกล่าวนี้  แต่ไพล่ไปกล่าวเสียอีกอย่าง   เป็นการกระทำที่มิใช่เกิดขึ้นเฉพาะในชาตินี้  แม้แต่ในอดีตชาติพระโลฬุทายีก็เคยกระทำเช่นนี้มาเหมือนกัน    เมื่อภิกษุทั้งหลายกราบทูลว่าสนใจจะได้ฟังอดีตชาติของพระโลฬุทายี  พระศาสดาจึงทรงนำมาเล่าให้ฟัง  แล้วสรุปในช่วงท้ายว่า  “ภิกษุทั้งหลาย  โลฬุทายีนี้  เมื่อคำอื่นอันตนควรพูด  ก็ไพล่พูดคำอื่นเสีย  มิใช่แต่บัดนี้เท่านั้น  แม้ในกาลก่อน  เธอก็พูดแล้ว  เพราะความที่ตนเป็นคนมีธรรมได้สดับน้อย  เพราะว่าคนมีสุตะน้อย  ชื่อว่าเหมือนโคถึก”

จากนั้น  พระศาสดาได้ตรัสพระธรรมบท  พระคาถานี้ว่า

อปฺปสฺสุตายํ  ปุริโส
พลิพทฺโทว  ชีรติ
มํสานิ  ตสฺส  วฑฺฒนฺติ
ปญฺญา  ตสฺส  น  วฑฺฒนฺติ  ฯ
 
คนมีสุตะน้อย
ย่อมแก่เหมือนโคถึก
เนื้อของเขาย่อมเจริญ
แต่ปัญญาของเขาหาเจริญไม่.

เมื่อพระธรรมเทศนาจบลง  ชนเป็นอันมาก  บรรลุอริยผลทั้งหลาย  มีโสดาปัตติผลเป็นต้น.

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น